
ทำไมกันนะ ฉันฝันถึงดวงตาคู่นั้น...สายตาที่เจ็บปวดที่มองมาที่ฉัน....ที่มีเพื่อฉัน......เท่านั้น
อาซามิค่อยๆกระพริบตาไล่ความพร่าเลือนออกไปจากตาคู่สวย
มืออันอบอุ่นของใครสักคนยังหลงเหลืออยู่บนมือขวาของเธอ....ใครคนนั้น ที่ตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว....
อาซามิฟื้นแล้วนะ...
นี่เธอเป็นอะไรไปนะ..ทำไมหัวสมองมันขาวโพลนไปหมดเลย แสงแดดยามสายของวันอะไรก็ไม่รู้ส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ให้อากาศถ่ายเท
ฟื้นแล้วเหรออาซามิ
เอ่อ..พี่ชาย?
ดีนะ ที่ไม่ลืมกันน่ะ
แหมม ไม่ลืมหรอกค่ะ เอ่อ...
พร้อมจะเริ่มต้นใหม่รึยัง
เอ่อ..เดี๋ยวก่อนนะ ฉัน ชื่ออะไรเหรอ?
ตัวฉันนั้น ชื่ออะไร..................................................................................................อาซามิ คือชื่อของฉันเหรอ?...
ความรักที่ไม่ต้องการการผลักไส ไม่ต้องดิ้นรน....ฉันต้องการเช่นนั้น.....
Attend Love.
อาซามิเดินมาโรงเรียนด้วยเส้นทางที่ใช้เป็นประจำ เส้นทางที่เมื่อก่อนเธอน่าจะคุ้นเคยดี แต่วันนี้กลับเป็นเส้นทางที่แปลกใหม่ เธอคงต้องค่อยๆทำความรู้จักไปสินะ
อ้าว อาซามิ วันนี้มาเช้านะ
เอ่อ.. เธอเกาหัวอย่างงงๆ ก็เธอเล่นจำใครไม่ได้สักคนเลยนี่นะ...
เรารู้แล้วล่ะ ว่าเธอไม่สบาย เราชื่อ จิคาเซะ เพื่อนสนิทอาซามิเองนะ ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะจ๊ะ
จิคาเซะ... อาซามิพึมพำเบาๆ ก่อนที่เพื่อนสนิทคนดังกล่าวจะลากตัวเธอเข้าไปยังห้องประชุม
นี่คาระ!ชั้นเอาอาซามิมาส่ง ดูแลดีๆล่ะ จิคาเซะกดตัวอาซามิให้นั่งลงข้างๆคาระ
ขอบคุณมากนะจิคาเซะ
คาระปิดหนังสือเรียน แต่อาซามิกลับขัดขึ้นซะก่อน
เอ่อ..ถ้าชั้นมากวนเวลาที่นายอ่านหนังสือ ก็ไม่เป็นไรนะ นายไม่ต้องสนใจชั้นก็ได้ จะอ่านต่อก็ได้นะ..
ขอโทษ..
หา? อาซามิทำหน้างุนงงเป็นที่สุด ทำไมคนตรงหน้าเธอต้องขอโทษเธอด้วยล่ะ เธอนี่สิที่ควรจะขอโทษเขา
เธอ...จำชั้นไม่ได้ใช่มั้ย..อาซามิ จำไม่ได้ใช่รึเปล่า
อืมม..ขอโทษนะ...ชั้นจำไม่ได้..น่ะ
ชั้นชื่อคาระ
นายเป็นอะไรกับชั้นเหรอ เพื่อนสนิท?
ถ้าชั้นบอกกับเธอว่า ชั้นเป็นแฟนเธอล่ะ เธอจะว่ายังไง
เอ่อ..ก็ไม่ว่ายังไงหรอก เพียงแต่ คงจะแปลกใจมากกว่าน่ะ ว่าทำไม ชั้นถึงจำแฟนตัวเองไม่ได้ล่ะ ทั้งๆที่ควรจะจำได้มากกว่าคนอื่นๆแท้ๆ แต่ชั้นตื่นมา ชั้นก็จำได้แต่พี่ชายและก็พ่อแม่ คนอื่น ชั้นจำไม่ได้เลย
อาจจะเพราะ เธอไม่อยากจำก็ได้นะ คาระกล่าวขึ้นลอยๆ พลางเสมองไปทางอื่น
เราทะเลาะกันเหรอ?
ถ้า..เราเคยเลิกกันไปแล้วล่ะ...
อาซามิจ้องหน้าเขาอย่างงงๆ ถ้าเลิกกันไปแล้ว จะพูดได้ยังไงนะ ว่าเป็นแฟนกัน?
เดี๋ยวชั้นต้องไปหาประธานก่อน เธอช่วยนั่งเฝ้าของให้ชั้นหน่อยได้มั้ย แล้ววันหลัง เธอไม่จำเป็นต้องมานั่งตรงนี้ก็ได้นะ
เมื่อก่อน ที่ตรงนี้..เป็นที่ของชั้นเหรอ?
อืม..ใช่ เป็นที่ของเธอ..
คาระเดินออกไปจากห้องประชุมและมุ่งหน้าไปดาดฟ้า
ทุกอย่างเหมือนกลับไปเริ่มต้นใหม่...เพียงแต่ครั้งนี้มันต่างออกไป
ไม่ใช่เธออีกแล้วที่ก้าวเข้ามาหาเขา
ไม่อาจมีเราอีกแล้ว ที่ก้าวเข้ามาหากัน...
เธอกำลังเดินห่างออกไปจากฉันใช่มั้ย.......
มาทำอะไรที่นี่ล่ะ นายน่ะ อากิระนั่งลงข้างๆคาระที่สูบบุหรี่อยู่ก่อนแล้วอย่างไม่สนใจคำตอบรับจากอีกฝ่าย
แล้วอาซามิล่ะ ไม่ได้อยู่ด้วยกันเหรอ
เราเลิกกันแล้ว
เลิกกัน หรือ นายเลิกกันแน่
เธอจำผมไม่ได้ แค่นี้ก็น่าจะพิสูจน์ได้ดีอยู่แล้วล่ะ ว่าผมไม่มีค่าพอในสายตาของเธอ
แล้วนายไม่คิดบ้างเหรอ ไม่คิดที่จะทำให้เธอหันมารักนายอีกครั้งเหรอ
ถ้าผมจะพูดว่า ผมคิดว่าเธอไม่น่าจะกลับมารักผมอีกแล้ว พี่จะเชื่อผมมั้ย ถ้ารักไม่ได้ ก็น่าจะปล่อยเค้าไป ผมคงทำได้ดีที่สุดแค่นี้
แค่ทำผิดกับเค้าไว้แค่นั้น มันไม่สายไปหรอกนะ..ถ้านายจะกลับไปหาเค้าน่ะ แค่นายพยายามเท่านั้นเอง
ความพยายาม กับ ความจริง มันมักสวนทางกันนะคับ ผมกับอาซามิก็อาจจะเป็นอย่างนั้น
นี่! ถึงเค้าจะไม่ได้รักนายในตอนนี้ ก็ไม่ใช่ว่าเค้าไม่เคยรักนาย นายไม่คิดจะดึงเธอกลับมามากกว่า แถมกลับผลักไสอีกด้วย มันเพราะอะไรกันล่ะคาระ นายกลัวอะไรอยู่เหรอ?
กลัวสิกลัว...
กลัวทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม...กลัวการที่เธอต้องมาอยู่กับเขา..............................
กลัวเธอหายไปต่อหน้าต่อตาเขายังไงล่ะ...
อาซามิยังคงเป็นเธอคนเดิมที่สดใส อาจจะมีปัญหากับการจำชื่อเพื่อนๆนิดหน่อย แต่ก็ไม่มีใครว่ากล่าวเธอเลย
เธอไม่ได้ไปไหนมาไหนกับคาระอีกแล้ว และเหมือนคาระจะพยายามหลีกเลี่ยงเธออยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
นี่จิคาเซะ เมื่อก่อน ชั้นกับคาระเคยเป็นแฟนกันเหรอ?
อืมมม ใช่ นี่เธอก็จำคาระไม่ได้สินะ? น่าสงสารนายนั่นเหมือนกันนะ พวกเธอเลิกกันไปเฉยๆเลยสินะ
เลิก? ชั้นไม่เข้าใจ
เมื่อก่อน เธอรักคาระมากนะอาซามิ แต่ตั้งแต่เธอเข้าโรงพยาบาลไป พอกลับมา ก็เป็นอย่างที่เห็น เธอไม่ไปไหนมาไหนกับคาระอีก แค่เพื่อน นายนั่นก็ไม่ได้เป็นล่ะมั้ง ก็เลยบอกไง ว่า แสดงว่าเธอเลิกกันไปเฉยๆเลยน่ะสิ
ชั้น...ไม่รู้ว่า ชั้นรักเขาจริงๆเหรอ? ชั้นจำความรักของเราไม่ได้ อย่างนี้ชั้นควรจะเป็นแฟนเค้าต่อไปเหรอ
มันอาจจะดีก็ได้นะ ที่เป็นแบบนี้น่ะ ถ้าไม่ได้รัก ก็อย่าฝืนเลย ชั้นว่า คาระก็น่าจะรู้ดีแก่ใจแหละ เค้าถึงได้หลบเธอแบบนี้ แต่ถ้าเป็นชั้น ชั้นจะทำให้เธอกลับมารักชั้นอีกครั้งนะ
บางที มันอาจจะยากลำบากเกินไปก็ได้นะ
ชั้นว่า ไม่หรอก เธอเคยเข้าไปหาเค้า ทีนี้เค้าควรจะมาหาเธอบ้าง
ถ้าตลอดมา เค้าไม่ได้ชอบชั้นจริงๆล่ะ
สายตาไง สายตาไม่โกหกหรอก ลองมองตาเค้าสิ แล้วเธอจะเห็นความรู้สึกของเค้า ยังไงวันนี้เธอลองชวนเค้ากลับบ้านพร้อมกันสิ
จิคาเซะ..
รักกับไม่รัก ห่างกันแค่เส้นแบ่งเท่านั้น ลบเส้นนั้นออก มันก็แยกไม่ได้แล้วล่ะ
คาระ ขอกลับบ้านด้วยคนได้มั้ย? อาซามิทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆคาระ
นี่ไม่เคยมีใครมานั่งข้างเขาเลยหรือไงนะ...
อืม ได้สิ
เอ่อ..คาระ...ไม่เคยมีใครมานั่งตรงนี้เลยเหรอ
เขายิ้ม แต่เธอว่ามันเป็นรอยยิ้มที่เปรียบเหมือนน้ำตาเลยก็ว่าได้
ไม่มีหรอก ไม่มีใครมานั่งหรอก.... เดี๋ยวขอเก็บของแปปนึงนะ เธอรออยู่หน้าห้องก็ได้
ไม่เป็นไรหรอก ชั้นอยู่ตรงนี้แหละ ก็ตรงนี้ ที่ของชั้นไม่ใช่เหรอ?
เอ่อ..ตามใจแล้วกัน
คาระเก็บของเข้ากระเป๋า อาซามิมองจับจ้องอยู่ที่คาระ
ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ..................................................................
คาระ...ทำไมนายไม่พยายามทำให้ชั้นรักนายอีกครั้งเหรอ?
อาจจะเพราะว่า ชั้นว่าตอนนี้เธอดูมีความสุขดีล่ะมั้ง...ความสุขที่เปราะบางของเธอ ชั้นอยากจะปกป้องมันให้มากที่สุด ไม่อยากไปทำลายมัน ถ้าชั้นพยายามไป ความสุขของเธออาจจะแตกสลายไปต่อหน้าเลยก็ได้นะ..
นาย..รักความสุขของชั้นมากกว่า ความรักของชั้นเหรอ?
จากที่ผ่านมาทั้งหมดน่ะ ชั้นคิดได้แค่นั้นล่ะ เอ่อนี่ ยังไงก็พยายามอ่านหนังสือด้วยนะ จะสอบแล้ว
นายเป็นห่วงชั้นล่ะสิ? อาซามิอมยิ้มน้อยๆจนคาระต้องขยี้หัวเธอเบาๆ
ไม่ได้เป็นห่วงหรอก แค่กลัวเธอเสียใจน่ะ ยังไงก็หาใครสักคนมาดูแลเธอก็น่าจะดีนะ
ตั้งแต่ชั้นเข้าโรงบาล นายอยู่กับความกลัวมาตลอดเลยเหรอ?
ไม่หรอก...ชั้นอยู่กับความคิดถึงด้วย
คาระเดินไปไกลแล้ว มีแต่อาซามิ และหัวใจของเธอเท่านั้นที่กำลังร่ำไห้
เขาจะรู้ไหม...ว่าเธอก็อยู่กับความคิดถึงเช่นกัน...........................คิดถึงวันวาน.......ที่ผ่านพ้นไป
อ่ะ!
โอ๊ย!
เสียงแรกเป็นเสียงของหนุ่มรุ่นน้องชื่อว่า ยูจิที่หอบข้างของพะรุงพะรังมาตามทางโดยไม่มองทางข้างหน้า
และเสียงหลังเป็นเสียงของอาซามิเองที่ล้มลงไปที่พื้นเสียเต็มแรง
ขอโทษทีนะคับ
ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
เอ่อ..พี่ชื่ออะไรคับ ผม ยูจิคับ
หา? ชื่อพี่น่ะเหรอ? เอ่อ..อาซามิก็ได้จ๊ะ
งั้นต่อไป ผมเรียกพี่ว่า อาซามิได้มั้ยคับ
ได้สิ ยินดีที่ได้รู้จักนะยูจิคุง
นี่คือจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่........ที่เริ่มมาจากความบังเอิญ
ความสนิทของทั้งคู่อยู่ในสายตาของคาระทั้งหมด แต่เขากลับไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการขัดขวางหรือให้การสนับสนุนเลย จะว่าเป็นกลางก็ว่าได้
คาระยืนมองลงไปยังทางเดินไปโรงอาหารที่อาซามิ และยูจิเดินคุยกันไปตามทางอย่างมีความสุข
ไงพ่อหนุ่มรูปหล่อ จะไดเอ็ทเหรอจ๊ะไม่ไปทานข้าวเนี่ย รินะคล้องแขนคาระอย่างสนิทสนมโดยที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ปัดมันออกแต่อย่างใด
เธอน่ะสิ ไดเอ็ทเหรอ ผอมก็ผอม
เป็นแบบนี้จะดีเหรอคาระ
อะไร? คาระพิงตัวหันหลังให้หน้าต่าง โดยที่รินะนั้นหันหน้าเข้าหน้าต่างและเห็นภาพเบื้องล่างทั้งหมด
ปล่อยอาซามิไปแบบนี้ ดีแล้วเหรอ?
ดีแล้วล่ะ..อยู่กับชั้น เธอคงเสียใจอีกเยอะ
ชั้นว่า เธอไม่มีนายจะเสียใจมากกว่า
ชั้นรักรอยยิ้มของเธอมากกว่า ดูเธอก็มีความสุขดีกับนายคนนั้นนะ
รินะยักไหล่ก่อนจะมองลงไปยังทางเดินเบื้องล่าง โดยปราศจากคำพูดใดๆอีก......
เอ่อ...พี่อาซามิคับ..ผม..เอ่อ..ชอบรุ่นพี่ ขอเป็นแฟนด้วยจะได้มั้ยคับ
ยูจิสารภาพออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆหน้าห้องประชุมของเด็กปี3 ทำเอาอาซามิแอบตกใจไปเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันได้ให้คำตอบไป คาระก็เดินมาพอดีซะก่อน
ยังไงก็น่าจะได้ยินอยู่แล้วล่ะ แต่เขากลับเดินเข้าไปในห้องโดยไม่ได้สนใจอะไรเลย
....เธอจะทำยังไงดีนะ..จะเลือกอะไรดี กับความรู้สึกที่มันค้างคา ความพยายามที่จะรัก และ ความรักที่ไม่ต้องเอื้อมคว้าตรงหน้า....
คราวหลัง นายต้องบอกว่ารักชั้นดังๆนะ ต้องบอกให้ดังกว่าเสียงอื่นๆที่ชั้นได้ยินนะ...ยูจิคุง
อาซามิยิ้มให้อีกฝ่ายนิดๆ และยูจิก็ยิ้มให้อีกฝ่ายเช่นกัน....
คาระเอนตัวพิงประตูกระจกอย่างนิ่งเฉย แต่ใบหน้านั้นแต้มไปด้วยรอยยิ้ม....
............................เสียงที่ดังก้องอยู่ในใจของฉันตลอดมา แม้ความทรงจำจะลบเลือนก็คือ เสียงความรักของเขา ที่ส่งมาที่ฉัน แม้มันจะฟังดูเงียบงัน แต่มันกลับดังก้องขึ้นๆมากขึ้นเรื่อยๆ ดังมากกว่าเสียงคำบอกรักใดๆ จากใครๆซะอีก
End...